หากว่า "ช่องแคบฮอร์มุซ" ถูกปิดล้อม โลกจะวิกฤตแค่ไหน? ทำไมคนเอเชียต้องหนาว?

หากว่า "ช่องแคบฮอร์มุซ" ถูกปิดล้อม โลกจะวิกฤตแค่ไหน? ทำไมคนเอเชียต้องหนาว?

หากว่า "ช่องแคบฮอร์มุซ" ถูกปิดล้อม โลกจะวิกฤตแค่ไหน? ทำไมคนเอเชียต้องหนาว?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เจาะลึกยุทธศาสตร์ "ช่องแคบฮอร์มุซ" จุดตายเศรษฐกิจโลกที่อิหร่านกุมบังเหียน เมื่อความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ กลายเป็นฝันร้าย...

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น กำลังกลายเป็นปัจจัยบวกที่กดดันตลาดการเงินและสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกอย่างหนัก โดยเฉพาะประเด็นการปิดล้อม "ช่องแคบฮอร์มุซ" ซึ่งเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของพลังงานโลก

1. ตลาดโลกสั่นคลอนจากพิษสงคราม

การสู้รบที่ขยายวงกว้างส่งผลกระทบในทันทีต่อราคาน้ำมันและดัชนีหุ้นทั่วโลก:

  • ราคาน้ำมันพุ่งสูง: ราคาน้ำมัน WTI ดีดตัวขึ้นกว่า 7% ทะลุ 71 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนน้ำมัน Brent พุ่งเกิน 82 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 14 เดือน เนื่องจากความกังวลว่าอุปทานจากตะวันออกกลาง (ซึ่งมีสัดส่วนเกือบ 1/3 ของโลก) จะหยุดชะงัก

  • ตลาดหุ้นดิ่งเหว: ตลาดหุ้นหลักทั้งในยุโรป (อังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมนี) และเอเชีย (ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ฮ่องกง) ต่างปิดตัวในแดนลบ โดยตลาดเยอรมนีร่วงหนักกว่า 1%

  • วิกฤตในตะวันออกกลาง: ดัชนีหุ้นซาอุดีอาระเบียร่วงลง 4% ทันทีที่เปิดตลาด ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) สั่งระงับการซื้อขายชั่วคราว สะท้อนถึงความกังวลด้านความมั่นคงที่สูงสุดนับตั้งแต่ยุคโควิด-19

2. ช่องแคบฮอร์มุซ: จุดยุทธศาสตร์ที่ทั่วโลกจับตา

หากอิหร่านตัดสินใจปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ จะเกิดผลกระทบลูกโซ่ดังนี้:

  • เส้นทางขนส่งหลัก: ประมาณ 20% ของปริมาณการใช้น้ำมันทั่วโลก (ราว 20-21 ล้านบาร์เรลต่อวัน) ต้องผ่านช่องแคบนี้ รวมถึงเป็นทางออกหลักของก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG)

  • ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น: ค่าประกันภัยเรือขนส่งจะพุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาล ซึ่งจะถูกส่งต่อมายังผู้บริโภคในรูปแบบของราคาน้ำมันหน้าปั๊มที่แพงขึ้น

  • ความเสี่ยงของอิหร่าน: นักวิเคราะห์มองว่าการปิดช่องแคบอาจเป็น "ดาบสองคม" เพราะอิหร่านเองก็ต้องพึ่งพาการส่งออกน้ำมันผ่านเส้นทางนี้เช่นกัน

3. เอเชีย: ผู้รับผลกระทบรายใหญ่ที่สุด

ภูมิภาคเอเชียถือเป็นจุดที่เปราะบางที่สุด เนื่องจากพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางสูงถึง 70-80%

  • ญี่ปุ่นในภาวะเสี่ยง: แม้จะมีคลังน้ำมันสำรองที่ใช้ได้นานถึง 254 วัน แต่ญี่ปุ่นนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางถึง 90% หากสถานการณ์ยืดเยื้ออาจทำให้ GDP ของญี่ปุ่นลดลงถึง 3%

  • ผลกระทบต่อค่าครองชีพ: นาย Akutada Tomoyuki นักวิจัยอาวุโสระบุว่า หากราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นทุกๆ 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ญี่ปุ่นจะต้องจ่ายเงินนำเข้าเพิ่มขึ้นกว่า 8.28 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งจะซ้ำเติมภาวะเงินเฟ้อ กระทบต่อค่าไฟฟ้า ค่าแก๊ส และราคาอาหารสดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ปัจจุบันรัฐบาลญี่ปุ่นภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีทาคาอิจิ (Takaichi) กำลังเร่งประเมินสถานการณ์และเตรียมมาตรการรับมือ เนื่องจากวิกฤตพลังงานครั้งนี้อาจส่งผลให้โยบายแก้ปัญหาเงินเฟ้อที่กำลังดำเนินการอยู่ต้องล้มเหลวลง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล